Mommy นอนน้อย

เขียนถึงลูกนะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่เลี้ยงลูกคนเดียวในช่วงกลางวัน ถ้าถามว่าเหนื่อยมั้ย ตอบได้เลยว่าไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก อาจจะมีเป็นทุกข์บ้างเวลาที่ดูเหมือนว่าลูกจะไม่สบายตัว แล้วดูเหมือนจะได้นอนน้อย ก็ลุ้นให้ลูกนอนเยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  โดยส่วนใหญ่แล้วอาการนอนน้อยของลูก ดูเหมือนว่าจะเกิดจากลมในกะเพาะ ไม่ก็ภาวะที่กินเยอะจนแน่นท้อง ก็ต้องให้ตดให้เรอออกมาบ้าง ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการตดการเรอออกมาบ้างแล้ว แต่ลูกก็ยังอึดอัดตัวอยู่ดี อันนี้เป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ยาก ก็ต้องอุ้มกันจนกว่าลมจะออกเลยอ่าา
ถามว่าแม่มีเหนื่อยบ้างมั้ย ก็นิดหน่อยอะจ๊ะ แต่อาการที่แม่นอนน้อยทำให้แม่รู้สึกเหนื่อยมากเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะต้องดูลูกทั้งกลางวัน กลางคืน งานบ้านก็ต้องทำ นี่ก็หลบเลี่ยงงานบ้านมาหลายชิ้นแล้วเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ เพราะต้องพักเอาแรงไว้ก่อนอะจ๊ะ กับข้าวนี่ก็ต้องทำเช่นกัน เรียกว่าต้องกินกันให้อยู่ท้อง เผื่อลูกด้วย แม่ก็ต้องกินเยอะเป็นพิเศษ ถ้าวันไหนทำไม่ทัน เราก็ไข่ต้ม กะต้มผักอะไรสักอย่างกินกันไป ลูกก็คงจะได้กินแบบนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนในมื้อเย็น ที่ถ้าแม่มีเวลาเราก็จะได้กินอะไรที่หลากหลายขึั้นนะ ความจริงเราควรจะสลับให้มื้อเช้าเยอะไว้ก่อนเนอะ จะดีกว่า ได้ๆ ไว้วันถัดไปแม่จะปรับปรุงตัวจ๊ะ
เขียนถึงตัวเองดีกว่า ช่วงนี้หยุดลาคลอดไม่ต้องไปทำงานก็จริง แต่ก็อดโดนเบียดเบียนถามเรื่องงานทาง line อย่างอดไม่ได้ เรียกได้ว่าไม่ชอบเลยหล่ะ จริงๆ ลืมเรื่องงานไปหมดแล้ว ก็เลยไม่อยากจะไปนึกถึงหน่ะ ถึงรู้ว่าอีกเกือบๆ สองเดือนจะต้องกลับไป ยังไม่รู้จะไปจูนงานติดหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆๆๆ พยายามจะไม่ไปกังวลนะ แต่ก็อดไม่ได้ มันเหมือนเราไม่ได้คุยกะคนในที่ทำงานเลยด้วยมั้ง ก็เลยทำให้รู้สึกเหมือนร้างลากันไป
เอาเป็นว่าค่อยๆปรับตัวกันไปดีกว่า กลัวจะไปท่ำงานแล้วเหมือนเป็นเด็กใหม่ ต้องปรับตัวกันอีกพักนึงเลยหล่ะ ส่วนเรื่องประเมินงานนั้น บอกตรงๆว่าไม่ได้คาดหวังเลย อาจจะเป็นเพราะลาคลอดด้วย ก็เลยรู้เลยหล่ะว่าประเมินต้องได้เกรดน้อยอยู่แล้ว อิอิ แต่ไม่เป็นไร เป็นความตั้งใจที่อยากจะพักผ่อนด้วยหล่ะ คนเราจะต้องโหมงานกันไปทั้งชีวิตก็ใช่เรื่องเนอะ ต่อไปเราคงต้อง balance ชีวิตให้ดีขึ้นกว่านี้แน่นอน
อ่อ วันนี้ไม่เขียนถึงพ่อเค้าหน่ะ เห็นเค้ายุ่งๆ แม่ไม่อยากจะไปกวนนะ เราต่างก็นอนน้อยด้วยกันทั้งคู่ ไว้ลูกฉีดวัคซีน โตขึ้นอีกหน่อย เราค่อยไปเดินสูดอากาศข้างนอกกันบ้างนะ จะได้ปลอดโปร่ง ^^
Love u all,
Advertisements

Mommy แก่ขึ้นอีกปี

เขียนถึงลูกหน่อยนะ เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น แม่ได้นอนน้อยมากๆเลยจ๊ะ อาจจะเป็นเพราะเรื่องการบริหารน้ำนมของแม่เองด้วยมั้ง อยู่ๆตอนเย็นเมื่อวาน น้ำนมก็หดขึ้นมา เรียกได้ว่าไม่พอให้ลูกกินเลยจ้า อันที่ทำสต๊อกไว้ก็เอาออกมาอุ่นให้กินเกือบจะหมด จากเดิมที่มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้ว ก็เรียกได้ว่าแทบจะไม่พอ ตอนนี้การทำสต๊อกน้ำนมของแม่ ยังเป็นการลองผิดลองถูกอยู่เลย และไม่รู้ปริมาณการกินต่อวันของลูกอย่างแน่ชัดซะทีเดียว ก็เรียกได้ว่าเป็นโจทย์ของแม่อีกอย่างหนึ่งที่จะต้องพยายามแก้ไขให้ได้จ้า ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น แม่ว่าแม่พอปรับตัวได้ดีแล้วหล่ะ อาการปวดท้องของลูกแม่ก็เริ่มชินแล้ว และอยากให้ลูกหลับให้สนิทที่สุด นั้นเป็นความตั้งใจของแม่มากๆ เพื่อจะได้เสริมสร้างพัฒนาการที่ดีต่อไปนะ

เขียนถึงพ่อเค้าหน่อยนะ ไม่รู้จะรู้หรือเปล่าว่าวันนี้เป็นวันเกิดเรา ความจริงแล้วมันก็คือวันธรรมดาๆ วันหนึ่งหน่ะแหล่ะ จริงๆ วันเกิดควรจะต้องไปตักบาตรเนอะ แต่ช่วงนี้เราวุ่นๆ กับภารกิจหลายอย่างเลยหล่ะ จะไปทำบุญตักบาตรทำสังฆทานก็ยังไม่มีเวลาเลยเนอะ ไว้เรารวบยอดไปทำพร้อมกันสามคนพ่อแม่ลูกทีเดียวเลยก็จะดีเหมือนกัน เรียกได้ว่าประหยัดเวลาไปเลยทีเดียว หรืออาจจะเป็นวันครบรอบแต่งงานก็ได้นะ ที่เราจะได้ออกไปทำบุญ ท่องเที่ยวกันบ้างก็คนจะดี ถึงตอนนั้น ลูกคงจะอายุได้เกือบๆ หนึ่งเดือนครึ่งหล่ะมั้ง คิดว่าคงจะแข็งแรงขึ้นแล้ว และตัวเราเองก็คงจะเริ่มปรับตัวกับการให้นมลูกได้ดีขึ้นเช่นกัน เย้

เขียนถึงตัวเองหน่อย อิอิ วันเกิดปีนี้ คงจะไม่ได้ขออะไรมาก หลายๆคนคงจะชินกับการได้รับสารพัดคำอวยพรทาง Facebook แต่มันก็ดูจะไม่ได้มีความหมายมากมายสักเท่าไหร่หรอกสำหรับเราอ่า มันเหมือนกับคุณก็แค่พิมพ์ลงไปเป็นคำซ้ำๆ เท่านั้นเอง สิ่งที่สำคัญสำหรับวันเกิด มันไม่ใช่แค่อายุที่บวกหนึ่งขึ้นอีกปีหรอกนะ แต่มันคงจะเป็นการทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง แล้วอนาคตที่เป็นผลพวงจากปัจจุบันนั้นจะเป็นยังไง พอเขียนแบบนี้แล้วก็ทำให้นึกได้ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปัจจุบันสินะ ถ้าเรามีความสุขกับปัจจุบัน เต็มที่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มากที่สุด เราจะไม่เสียดายเวลาอีกเลย เพราะเราได้ทำสิ่งที่ตั้งใจและคุ้มค่าสำหรับเราไปแล้ว

บางทีเวลามันเดินเร็วไปหรือช้าเกิน มันก็คงไม่สำคัญแล้วหล่ะ เราควรจะคิดว่าอะไรที่สำคัญที่ควรจะทำในปัจจุบันมากกว่า เขียนไปๆมาๆ ก็เริ่มงงตัวเองเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ อืม ก็ไม่รู้สินะ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกปีแล้วหล่ะ

ขอบคุณคุณลูก ขอบคุณคุณพ่อ ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

Love u all

Mommy Return!!!

เริ่มต้นเขียนเป็นวันแรก หลังจากห่างหายไปเป็นเวลากว่า 9 ปี ถ้ามานับๆ ดูแล้วก็คงจะตั้งแต่เรียนจบเลยหล่ะมั้ง สมัยโน้นยังเริ่มเขียน blog ที่ web อื่นอยู่เลย แล้ว wordpress ก็เป็นความตั้งใจที่อยากหาที่เงียบๆมาลง ก็เลยมาเขียนทิ้งไว้ที่นี่

9 ปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตมากมาย มีอะไรดีๆ ในชีวิตเยอะแยะเต็มไปหมด มีทุกๆเรื่องที่ไม่สามารถเขียนลงที่นี่ในครั้งเดียวได้ แต่บอกได้แค่ว่าปัจจุบันนี้มีความสุขมากๆ ที่สุดเช่นกัน มีครอบครัวที่แยกออกมาจากครอบครัวหลัก มีเจ้าตัวน้อยที่เพิ่งคลอดออกมาได้เพียงแค่ 25 วัน พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิตที่ผ่านเข้ามา

บอกได้แค่เพียงว่าทุกวันนี้มีความสุขดีจัง  แม้ว่าจะเหนื่อยๆอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่มีความสุขปนอยู่ (อาจจะดูงงๆ) ขอเขียนถึงลูกหน่อยก็แล้วกันนะ

หวัดดีจ้าลูกเลิฟของมั๊มมี่ วันนี้ลูกเกิดมาได้ 25 วันแล้วนะ ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่แม่ต้องเรียนรู้อุปนิสัยใจคอ ความเข้ากันได้ของเรา อาการหิว อาการบิดตัว อาการปวดตัว เป็นหลายๆ สิ่งที่แม่ต้องทำเพื่อเราจะได้เข้าใจกันได้ แม้ว่าหนูจะเป็นทารกที่สื่อสารได้เพียงแค่การร้องไห้ บิดตัว อาการทางสีหน้าบางอย่าง แต่แม่ก็พยายามจะเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง มีบางครั้งก็แอบท้อเหมือนกัน เพราะว่าคิดมาตลอดว่าศึกษามาเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่เหมือนกับของจริง ที่ทุกอย่างมันไม่ได้เป็น pattern เสมอไป บ่อยครั้งอยู่เหมือนกันที่แม่ต้องพึ่ง google สารพัด Website ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแม่และลูก ทั้งที่จริง แม่ก็พึ่ง Web พวกนี้ตั้งแต่เริ่มท้องลูกแล้วหล่ะ จนบัดนี้ก็ยังต้องพึ่งอยู่ดี ถามว่าทำไมไม่อ่านจากในหนังสือบ้างหล่ะ แม่ไม่สะดวกในการ ctrl+f เพื่อ search เลยจ้า  แม่ก็เลยต้องมาพึ่งอะไรที่มัน online แม่ว่ามันสะดวกดีหน่ะ ถ้าถามว่าได้ความรุ้บ้างมั้ย ก็ตอบได้เลยว่าได้บ้าง แต่ก็มีความน่าเชื่อถือไม่มากนัก ลูกก็ควรรู้นะว่า Internet เป็นอะไรที่ใครๆ ก็ต้องพิมพ์โดยไม่ต้องคิดหรือไตร่ตรองก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าแม่จะเชื่อในสิ่งที่อ่านเจอ 100% หรอกนะ

นอกเรื่องไปซะไกลเลย เอาเป็นว่าสิ่งที่แม่ทำอยู่ก็คือศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก เรามาเริ่มต้นเรียนรู้กัน มันเหมือนกับเวลาที่เราจะทำความรู้จักใครสักคนนึงหล่ะ เราก็ยังไม่รู้ว่าเค้าจะนิสัยใจคอเป็นยังไงใช่ม้า นั่นก็เป็นสิ่งที่แม่กำลังทำอยู่หล่ะ ซึ่งก็เกือบจะดีแล้ว ที่แม่เริ่มรู้ว่าการอุ้ม การทำให้เรอ การเรียนรู้อาการปวดท้องของลูกเป็นยังไง แม่เชื่อว่าสักวันเราต้องเข้ากันได้ดีทีเดียวหล่ะ และจะพยายามไม่ทำให้ลูกร้องไห้บ่อยๆนะ เห็นแล้วปวดใจจริงๆ

มันเหมือนกับการที่เราเคยพยายามทำอะไรสักอย่างให้ perfect เท่าที่จะทำได้ในชีวิต เราคิดว่ามันมีแบบแผน แต่การเลี้ยงลูกมันก็กลับไม่ใช่แบบนั้นเลยหล่ะ ซึ่งต่อไปจากนี้แม่ก็คงจะใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง เรียกว่าเป็นการปรับตัวจะดีกว่า เรามาค่อยๆปรับ และกลับไปสู่จุดที่เรียกว่าความยืดหยุ่นด้วยกันนะ เพราะ 9 ปีที่ผ่านมาที่แม่ไม่ได้เขียน blog นั้น บ่อยครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ตั้งมั่นเกินไป มั่นใจเกินไป และจริงจังกับชีวิตสูง ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่ใช่เลยลูก ไว้จะมาเล่าว่าทำไมนะ ^^

เขียนถึงพ่อเค้าบ้างนะ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอดหลายปีที่รู้จักกัน และแต่งงานกัน จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คนหล่ะ อยากบอกว่ามีความสุขมากๆ และอาจจะไม่ได้พูดไปเพราะเข้าใจดีว่า มีหลายสิ่งในชีวิตที่ต้องมีเรื่องให้คิดเยอะ เราเองก็พยายามไม่รบกวนเวลา แต่ก็มีบ้างที่แอบน้อยใจไม่เข้าเรื่อง ก็ขอให้รู้ด้วยว่าเป็นธรรมชาติของเราเองหน่ะ อิอิ เอาสั้นๆ เท่านี้ก่อนนะ ต่อไปจะพยายามมาเขียนถึงทุกวันหล่ะ

เขียนถึงตัวเองบ้างดีกว่า วันนี้กำลังอยู่ในช่วงฝึกการปั๊มนม การสต๊อคนม การเรียนรู้เกี่ยวกับการไหลของน้ำนม และการทำยังไงให้ลูกมีกินได้ ถึงแม้่ว่าตัวเองจะต้องกลับไปทำงานก็เหอะ  ตอนนี้มีสต๊อกนมอยู่สามถุง เมื่อวานมีความผิดพลาดเรื่องการประเมินน้ำนม ก็เลยทำให้เอาที่สต๊อคไว้มาให้ลูกกินหมดเยยย ฮือๆๆๆ อยากจะบอกว่าเป็นความผิดของแม่เอง ต่อไปจะไม่ทำแล้วจ๊ะ และถึงแม้ว่าจะต้องพึ่ง google อยู่ตลอด แต่นั่นก็เป็นเพราะแม่ต้องการให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดนะ

อ่อ แล้วแม่ก็มีภารกิจอ่านหนังสือคู่มือการเลี้ยงลูกให้จบด้วย ไม่ควรอย่างยิ่งที่แม่จะต้องพึ่ง search engine อย่าง google บ่อยๆจ๊ะ

เอาเท่านี้ก่อนนะ เท่าที่วันนี้เขียนก็เยอะแล้วจ๊ะ

รักทุกคนนะ จุบุๆๆ

10 สิ่งที่อยากทำในปีหน้า 2007 (พ.ศ.2550)

10 สิ่งที่อยากทำในปีหน้า 2007 (พ.ศ.2550)

1. ลดความอ้วน เป็นอะไรที่ตั้งใจมาตลอดปี แต่ไม่เคยทำได้สักปีเลยทีเดียว เริ่มคิดจะลดเมื่อสักประมาณ ตอนที่น้ำหนักขึ้นจาก 48 เป็น 50 จนตอนนี้ 51 kg แล้ว ก็ยังลดไม่ได้สักที ฮืออออออออ อยากกลับไปเป็นคน(ผอมแบบ)เดิม

2. ทำสิ่งที่สร้างสรรค์  ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ว่าทำอะไรแล้วสร้างสรรค์ 555

3. หาเวลาออกกำลังกายให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เมื่อก่อนก็เดือนนึงออกกำลังกายสักประมาณ 5 วันได้มั้ง ยังกะเรียนพละตอนม. ปลายแหนะ แต่ตอน ม.ปลายยังออกกำลังกายมากกว่านี้อีกหนะ เกือบทุกวันได้มั้ง.. ก็มิน่าหละ สมัยนั้นหนักแค่ 47-48 kg เอ๊งงงงงงงงง

4. ฝึกภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังทำ(ได้แย่)อยู่

5.เที่ยวให้มากขึ้น เดินทางท่องไปที่ไกลๆ หน่อย อยากไปแบบปีนเขา เดินป่า ท้าลมหนาว ไปเดินเหล่หนุ่มสาว แถวชายทะเล โอ๊ยยยยยยยยยย คิดไว้เพียบบบบบบบ

6. ทำงานให้หนักขึ้น ก็ตั้งใจทำงาน ให้เต็มที่ ทุกงาน ไม่เว้นแม้แต่ งานบุญ งานบวช งานแต่ง งานโกน อะไรก็ ตั้งใจมากขึ้น

7. กินแต่สิ่งที่มีประโยชน์ พวกของโปรดทอดๆ มันๆ อาหารต่างด้าวทั้งหลาย ต่อไปคงงดให้มากขึ้นกว่านี้แล้วหล่ะ T_T

8. ไม่นอนตื่นสายอีกแล้ววววว กำลังพยายาม และดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จมากขึ้นๆๆๆ ในทุกๆ วัน

9.มีวินัยกับตัวเองมากขึ้น ทุกเรื่องหล่ะ อยากเป็นคนอยู่ในวินัย ทำอะไรก็ได้ แต่ก็ต้องทำให้ได้

10.หาสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง … สิ่งไหนที่ไม่ดีก็ไม่ต้องไปใส่ใจ จะเครียดให้น้อยลง ปล่อยวางไปซะบ้าง ทุกอย่างก็คง O.K.

ปีหน้าฟ้าใหม่คงได้ฤกษ์ทำอะไรเยอะขึ้นแฮะ