Cheon
my life, my soul and my blog

ส.ค.
18

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองยังไกลกับคำว่า Engineer เข้าไปทุกที … เพราะรู้สึกว่ายังคิดอะไร ยังทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นระบบ หรือว่ายังมีอาการเหม่อลอยอยู่เป็นระยะๆ หว่า .. อยากจะคิดอะไรให้มันเป็นขั้นเป็นตอน มากกว่าจะใส่ feeling อะไรทำนองนี้ลงไป

ทำงานก็อยากจะได้สมาธิมากขึ้น อยากได้ความตั้งใจมากกว่าเดิม พยายามมองภาพกว้างๆ แล้วก็วิเคราะห์มันออกมา .. ยังพยายามกันอยู่ (- -”) แล้วก็ต้องพยายามต่อไป

ตอนนี้ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ ก็ห่างเรื่อง Coding ไปแบบเต็มตัวเรียบร้อย ทิ้งไปเลยหล่ะ ลืมไปหมดแล้วว่าเขียนโปรแกรมต้องทำยังไง เหอๆ.. ถึงแม้ว่าใจจริงจะไม่ชอบเขียนโปรแกรมก็เหอะนะ แต่จริงๆแล้วหนะ ก็อยากจะกลับไปจับๆมันเหมือนกัน กลัวลืมอ่ะ เพราะสุดท้ายมันก็ยังหนีกั้นไม่พ้น จะได้เอามาช่วยทำโน่นทำนี่ให้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ว่าห่างไปก็จะไม่จับมันซะงั้น ได้หลายๆแนวทางก็คงจะสนุกดี

แต่ถ้าให้ศึกษาด้วยตัวเองตอนนี้ แค่ลำพังกับงานที่ทำอยู่ก็แทบกระอักเลือดเลยแฮะ เอาเป็นว่าค่อยเป็นค่อยๆไปที่ละอย่างสองอย่างดีกว่า

ส่วนเรื่อง blog ไม่ได้จับนานๆ ก็พาลจะไม่อยากเขียนขึ้นมาให้เป็น blog ซะแล้ว ทำเป็น diary ไปซะงั้น

เฮ้ออ ไม่ได้เรื่องสักกะอย่างเลยนะเรา … 

ก.ค.
29

ทำงานมาได้สักระยะแล้ว ถ้าถามตัวเองว่า มีอะไรดีขึ้นบ้างมั้ย ก็ต้องตอบว่าดีขึ้นอย่างมากเลยหล่ะ จากคนที่เอาแต่ขี้เกียจตัวเป็นขน ตอนนี้ขี้เกียจหนักเข้าไปกว่าเดิมอีกเหอๆ แต่เรื่องรับผิดรับชอบ ก็มีมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้จักคิดก่อนพูด (อันนี้สำคัญมาก) รู้จักสถานการณ์รอบตัวมากขึ้น ทำงานแบบนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ ความที่เด็กๆรุ่นๆเราๆไม่ค่อยมีใครอยู่กันเยอะ ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่ไปเลย ทำให้เราค่อยๆซึมซับอะไรหลายๆ อย่าง ความคิด การกระทำ คำพูด เหอๆ แต่ก็แปลกเนอะผู้ใหญ่บางคนก็ทำตัวเป็นเด็ก ไม่รับผิดชอบ ไม่ใส่ใจ ไฟไม่แรงพอ แต่บางคนก็ไฟแรง สู้งาน บุกเบิก ขยันฯลฯ เยอะมากมายจริงๆ จนรู้สึกว่า เออ อย่างงี้แหละ สิ่งที่ควรเอาเป็นเยี่ยง เอาเป็นอย่างๆ ไป อะไรที่ดี เราก็ค่อยๆ จดจำมันไว้ อะไรที่ไม่ดี ก็ไม่ต้องไปทำมัน …. 

ส่วนเรื่องสุขภาพ จากที่ไม่เคยดมควันรถบ่อยขนาดนี้เดี๋ยวนี้ก็ดมบ๋อยบ่อยจังเลยอ่ะ แต่ก็รักษาสุขภาพมากขึ้น จากเป็นโรคท้องผูกไม่ค่อยกินผัก กินน้อย เน้นกินสัตว์ปีก นานา ชนิด ตอนนี้ก็หันมากินแต่ผักๆๆๆๆ เลือกสั่งกับข้าวที่มีส่วนประกอบของมะเขือเทศ ถั่วฝักยาว ข้าวโพดด T_T ของที่ไม่ชอบทั้งนั้นเลยหง่ะ แต่ก็ต้องสั่งมากิน ฝืนใจกินทั้งน้ำตา T_T เมื่อวันก่อนๆ โน้น กิน แห้ว ถั่วลันเตา ข้าวโพด หอมใหญ่ มะเขือเทศเปรี้ยวๆ เอามากินเล่น แทน โรลเลอร์โคสเตอร์(หวังว่าคงเขียนแบบนี้นะ ไอขนมห่อห้าบาทอ่ะ) T_T จะขาดใจตาย กินไปเกือบจะอ๊วก แต่ก็รีบๆกินรีบๆกลืนแล้วดื่มน้ำ(เปล่า) ตามมากๆ ไอที่เคยกินชาเย็น โกโก้เย็น ลืมมันไปซะ คิดซะว่าไม่เคยรู้จักกัน  เฮ้อ ทำไมมันทรมานอย่างงี้ฟ่ะเนี่ย จากที่เคยกินชาเย็นทุกเที่ยง จากที่เคยกินโกโก้เย็น ทุกเย็น ไม่มีอีกแล้ว ขนมหวาน ทองหยิบ หยอด ฝอยทอง หายไปโหม๊ดดดดดด แต่ถ้าถามว่าได้อะไรดีๆกลับมามั้ย โห ดีมากๆ เลยอ่ะ ไม่คิดว่าจะเป็นคนถ่ายบ่อยอย่างงี้ (เวลาเดินทางไกลลำบากมากๆ รู้สึกได้เลยตอนกลับบ้าน T_T) สุขภาพดีขึ้น รู้สึกตัวเบาขึ้น (คิดไปเอง 555)  

ส่วนเรื่องอื่นๆ เรื่องอะไรดีหล่ะ 

อืมม ถ้าเป็นเรื่องความรัก ก็คงต้องพักที่จะคิดไปซักพัก

ไม่ค่อยได้คิดเรื่องแบบนี้เลยแฮะ หรือที่เค้าบอกว่า lucky in game, unlucky in love ก็น่าจะจริง รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนบ้างาน แล้วก็ติดเกมส์ เลยทำให้แทบจะไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเลย  

เวลาทำงาน เหงาๆ เซ็งๆ ไม่มีอะไรทำ ก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เจอก้อนเมฆ ท้องฟ้า แม่น้ำ  เจออะไรที่เป็นธรรมชาติมากๆ ความรู้สึกเหงา วังเวง มันก็มักจะกลับมาอีก

ยิ่งวันไหนที่บรรยากาศโรแมนติกมากๆ มีหมอกขาวๆ ลง ก็ยิ่งรู้สึกเซ็งจัด รีบๆทำงาน ทำตัวให้ยุ่งๆ เข้าไว้จะได้ไม่คิดอะไรเพ้อเจ้ออีก ….รู้สึกไม่เป็นตัวเอง ….

เวลานั่งเรือข้ามฝาก เห็นบรรยากาศเวิ้งว้าง แล้วมันเหงาใจพิกล…

ไม่ชอบเลยความรู้สึกแบบนี้….  

 ไม่เลย ….

พ.ค.
31

ถ้าตอนนี้มีคนถามว่าเฮ๊ยยย ทำงานแล้วเป็นไง งานมีอะไร รับผิดชอบทำอะไร งานสนุกมั้ย ท้าทายอ่ะป่าว อุปกรณ์เป็นไง งานหนักมั้ย bla bla bla…

ก็บอกตรงๆว่าไม่รู้จะพูดยังไง… เพราะว่ายังไม่ได้เริ่มทำงานเล๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

แต่ได้งานแล้ว…(- -”) อธิบายไม่ค่อยถูก ประมาณว่าปกติพูดภาษาคนก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่แล้ว พิมพ์ออกไปนี่ยิ่งแล้วใหญ่.. จริงๆก็ไม่ถึงขนาดนั้นอะเน๊อะ…

บางคนอาจจะคิดได้ว่าตอบกวนตีนอะป่าว เพื่อนถามทำงานอะไร ก็ยังตอบไม่ถูก ก็มันตอบไม่ถูกจริงๆ หง่ะ มันอธิบายใครไม่ได้จริงๆ ทั้งๆที่อยากจะตอบว่าเฮ๊ยย งานเป็นงี้ๆๆๆๆ นะ

ก็คนมันเพิ่งเริ่มงานจริงๆอ่ะ … จะให้ตอบอะไร ถ้ามองไปข้างหน้าอีกสัก 7-8 เดือน อาจจะกล้าตอบได้เต็มปากเต็มคำหน่อยว่างานเป็นยังไง สนุกมั้ย Happy ดีอะป่าววว

แต่ตอนนี้มันพูดยากอ่ะ…

เม.ย.
30

หลังจากผ่านช่วงเวลาเรียนจบมาได้สักระยะนึงแล้ว… เกือบๆจะเข้าเดือนที่ 2 แล้วหล่ะ รู้สึกว่าปฏิบัติการตามล่าหางานทำ ยังคงดำเนินต่อไป (- – ”)  เพื่อนๆ ก็ทยอยทำงานกันไปเรื่อยๆแล้ว ตั้งแต่เดือนเมษาโน่นแหนะ… เหมือนจะนานเลยเนอะ ก็ใช่หนะสิ มันอาจจะนานสำหรับคนที่ยังไม่มีงานทำเลย อะฮือๆๆ กระซิกๆๆ

ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ดีหลายๆช่วงเวลาที่ได้มีการไปสอบข้อเขียนแล้วก็สอบสัมภาษณ์หลายๆที่ มันทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เจียมเนื้อเจียมตัวมากขึ้น … 555

การไปสัมภาษณ์หลายๆที่มันทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างดี ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยหล่ะ แม้บางที่เค้าจะไม่รับ หรือว่าเราไปปฏิเสธซะเอง

แล้วก็ได้รู้ว่าจริงๆชอบหรืออยากจะทำอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า… คล้ายๆกับการเลือกงานหนะแหละ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็พยายามแอบๆนับๆ จำนวนตัวเลขบริษัทต่างๆ จนถึงบัดนี้ก็มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 13 บริษัท

ไม่ยอมไปทำข้อสอบ+สัมภาษณ์ 4 บริษัท

ทำข้อสอบ + สัมภาษณ์ 5 บริษัท

สัมภาษณ์อย่างเดียว  4 บริษัท

มีที่ทั้งชอบแล้วก็ไม่ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ทำ ชอบก็อยากทำแต่เรียกก็ช้าเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนนน T_T

เฮ้อออ… จะว่าไปแล้ว ก็อยากได้งานไวๆ แล้วอ่ะ แต่ต้องเป็นงานที่ชอบนะ งานที่ไม่ชอบต่อให้เริ่มต้นเร็วแค่ไหน แต่รู้สึกว่าไม่ชอบ มันก็คงจะไม่โอเคเท่าไหร่

 เฮ้อออ… คนอะไรวะ เรื่องมากจริ๊งจริง …

เม.ย.
06

หลังจากที่รู้สึกว่าการหางานทำเริ่มดำเนินไปทีละนิดทีละน้อย .. หลังจากที่เรียนจบแล้ว เกรดก็ออกแล้ว… ก็รู้สึกได้อย่างนึงคือ เหนื่อยหน่ายกับชีวิตชอบกล ออกแนวแบบอยู่ไปวันๆๆ ไม่อยากออกไปสมัครงานที่ไหนเลย..5 5 5 กลายเป็นคนแบบนั้นไป

แต่บางทีก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจริงจัง(กับการหางานทำ)เกินไปอ่ะป่าว  จะรีบร้อนอยากได้ “งาน” มากไปรึเปล่า … จนมองข้ามสิ่งเล็กๆๆน้อยๆๆ อ่ะ… มองข้ามเรื่องง่ายๆ บางเรื่องไปอย่างไม่น่าเชื่อ (ปกติก็ใช่ว่าใส่ใจมากอ่ะนะ) …

และในที่สุดก็ตัดสินใจพยายามให้ตัวเองกลับมาในโหมดปกติมากที่สุด เริ่มรู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองดีกว่า อยากทำงานที่อยากทำ… (ถึงจะไม่ได้ฉลาดมากก็เหอะ..) ก็จะรอแบบเรื่อยๆ chill chill มีอารมณ์ไปสอบก็จะไป ไม่มีอารมณ์ไปสัมภาษณ์ หรือรู้สึกว่าอะไรยังไม่เข้าที่เข้าทางไม่พร้อมมากนัก หรืองานไม่ตรงใจ ก็จะขอผลัดไปก่อน … แต่ถ้าพร้อมแล้วไปแน่นอน

ตอนนี้รู้สึกเป็นตัวของตัวเองสักที คือ .. อยากได้งานทำ และเป็นงานที่ตรงกะใจ แต่อธิบายใครไม่ได้ 5 5 5 ไม่รู้งานอะไรของมัน- -” คนอื่นคงคิดในใจแบบนี้ ..

ถ้าถามตอนนี้ว่าอยากทำงานอะไร … ก็ต้องบอกว่ามีไว้ในใจแล้วอ่ะ หลายทางซะด้วย …ถ้าไม่ได้งานนี้ จะทำงานโน้น ถ้าไม่ได้งานโน้น จะทำงานนั้น(แต่ไองานนั้น โน้น นี่ นั้น มันก็คืองานเดียวกันหนะแหละ แค่คนละที่เท่านั้นเอง – -”) แต่ถ้าไม่ได้สักงานหล่ะ ?…. ก็หาไปเรื่อยๆๆ สิ  :) จะไปคิดมากทำไมหล่ะ …

เอาวะ… กลับมาเป็นคนเดิมซะที … อิอิอิ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก กั่กๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะให้กับความสิ้นหวังที่ผ่านมา)

มันก็ต้องอย่างงั้นเซ่…. ถึงจะสมกะเป็น Cheon หน่อย อิอิอิ

ก.พ.
26

เดี๋ยวนี้อะไรๆๆ ก็ window vista  แต่ด้วยความที่สภาพคอมที่บ้านไม่เอื้ออำนวย … จะให้ลง vista ก็คงจะไม่ได้ แต่อยากได้ความสามารถเก๋ๆ ของมัน ฟีเจอร์หน้าต่างเอียงๆ แบบว่าเห็นแล้วเท่ห์ดี อยากให้ window xp ที่บ้านทำได้บ้างจัง ก็เลยต้องพึ่งโปรแกรมบ้างตัว

ในที่สุดก็เลยสมดั่งใจหวัง อิอิ

my desktop

ต้องขอบใจเพื่อนที่ส่งมาห้าย เอิ๊กๆๆ…  :)

ก.พ.
12

คิดถึงการ์ตูนเรื่องไอเขี้ยวเงินจัง จำได้ลางๆ แค่ว่ามันเป็นหมาที่ใช้สู้กับหมี เป็นหมาแบบกระโดดงับสะบัดคอหมี จนหมีตายเลย เป็นหมาเลือดนักสู้ แบบไม่กลัวตาย

มันเป็นหมาพันธุ์อากิตะ เท่าที่เคยเห็นภาพ โตตัวเกือบเท่าคนแหนะ ไม่รู้เค้ากล้าเลี้ยงได้ไงเนอะ  ยังสงสัยอยู่เลย ถ้ามันมีเลือดนักล่ามากขนาดนี้ แล้วถ้าเอามาเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านจะเป็นไงนะ

น่าจะเหมาะสำหรับเอาไปเลี้ยงตามสถานที่กว้างๆ ให้มันเดินไปเดินมาได้ ตามป่าเขา อะไรแบบนี้ แบบในการ์ตูน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นฉากกลางแจ้ง ช่วงหิมะตก

เฮ้อ… คิดถึงไอแมมมอสจัง

ไม่รู้ป่านนี้ไปอยู่สวรรค์ชั้นไหนน้า…. :(

ก.พ.
10

T10

ไม่รู้คิดไง อยู่ๆ ก็อยากได้กล้องถ่ายรูปขึ้นมา เลยไปดูๆๆ เล่นๆ … ลดราคาอยู่พอดี เหลือ 15990 บาท แถม mem 1 GB กระเป๋าใส่กล้อง แล้วก็ cd tata มีทั้ง mv ทั้งเพลง เหอๆ…

ในที่สุดก็ได้ซื้อกลับมา ก็โอเคเลยหล่ะ เป็นรุ่น Sony DSC T10 รูปร่างเล็กๆดี ไม่เทอะทะ เหมาะสำหรับเอาไว้ถ่ายภาพ ไอมัก ไอโม ไอมีมี่ :P

ถือว่าเป็นรุ่น T-series อีกตัวนึงที่อยู่ในบ้าน สงสัยทุกคนในบ้านจะติดใจในความบางๆ ของมันแฮะ :)

Sony DSC T10

ก.พ.
03

ไปดู Final Score มาแล้ว ทีแรกก็คาดหวังไว้สูงเหมือนกันนะเนี่ย แต่ก็ยังแอบปลงๆอยู่บ้าง เพราะรู้ว่าเป็นแนวเรียลลิตี้(เขียนงี้จะถูกมั้ยเนี่ย)

ก็โอเคหล่ะ ดูเพลินๆ ไม่คิดอะไรมากก็โอเคดี แต่ทำไงได้ก็คาดหวังไปแล้วนี่นา ก็โอเคนะ แต่ติดใจอยู่นิดเดียว

ติดใจคำถามของน้องคนนึงที่ถามว่า ความรู้คืออะไร? จริงๆมันน่าจะมีอะไรที่ clear กว่านี้อ่ะ รู้สึกว่าถ้าหนังสามารถตอบอะไรได้ก็คงจะดี แต่ก็นะ มันเป็นเรียลลิตี้นี่นา

นั่นสิ ความรู้คืออะไร?? :)

 ข้อมูลเกี่ยวกับ Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์

ม.ค.
29

บางครั้งเราก็เจอเรื่องแปลกๆ เหมือนกันเนอะ… เมื่อตอนเย็นของวันนี้ (29/01/2550)

กำลังยืนมองจาน ubc อยู่ข้างบ้าน เอ่อ มองไปมองมา นึกสงสัยว่ามันทำงานยังไงกันแน่

…..”เฟี๊ยวววว ตุ๊บ”

นึกในใจ “ตัวอะไรตกฟ่ะ ” หันไปดู เอ๊ยยยยยย นกเขาเล็กนี่นา ตกลงมาได้ไงเนี่ย ยังไ่ม่ทันจะเดินเข้าไปจับ

ไอปีศาจโม มันวิ่งมาด้วยความเร็วสูง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันคงนึกในใจ”เสร็จตูหล่ะ” ชะแว๊บ มันคาบนกไปเรียบร้อยแล้ว แ่ต่ไม่รู้ฝ่ายธรรมะในใจมันดลใจหรือไงก็ไม่รู้ ทำให้มันปล่อยนกลงวางไว้บนพื้น(แบบนิ่มๆ) แล้ววิ่งหนีไป(สงสัยกลัวโดนเตะ) …เอ่อ… มันก็บ๊องๆ ดีเหมือนกันนะ(คงคล้ายเจ้าของ)

เราก็เลยเก็บนกตัวนั้นขึ้นมาลูบๆ พยายามหาว่ามันมีร่องรอย หรือว่า บาดแผลจากการบาดเจ็บอะไรมารึเปล่า แต่ไม่เลย ไม่มีรอยอะไรเลย มันเชื่องมาก ไม่มีทีท่าจะบินหนีด้วย ตั้งแต่เกิดมาเราก็ไม่เคยจับนกตัวเป็นๆเลยนะ เมื่อ 5 ปีก่อน ที่บ้านเลี้ยงนกเขาเล็ก กะนกเขาใหญ่ ใส่ไว้ในกรง ก็ไม่กล้าจับมัน ให้แต่ข้าวกับน้ำมาตลอด แต่ก็ไม่เคยจับ ไม่ได้กลัวหรอกนะ แต่ทีไม่จับเพราะกลัวมันจะเจ็บ หรือว่ากลัวว่าจะบินหนีไป เพราะไม่ชินมือเรา (ปกติพ่อเป็นคนเลี้ยง ตอนนี้ปล่อยไปหมดแล้ววววว)

แต่ตัวนี้แปลกแฮะ ยอมให้จับแต่โดยดี ตัวนิ่มๆ ด้วย ในใจก็คิดว่า เย็นนี้จะกินผัดเผ็ดนกเขาเล็กดี หรือว่าแกงจืดนกเขา (เฮ๊ยยยยยยยยยยยยย … ชั่วจริงๆเลยเรา)

ไม่ช่ายยยยยยยยย ยังไม่ทันคิดในทางด้านมืดเล๊ยยยยยยย(- -”) เพราะพ่อเดินมาพอดี (จริงๆ ถึงพ่อไม่เดินมาก็คงไม่ได้คิดอะไรอย่างงั้นหรอก จริงๆ นะ T_T) ก็เลยบอกไปว่ายืนมองจาน ubc อยู่ดีๆ นกตกลงมาตรงหน้าเลย พ่อก็งงๆ เล็กน้อย แต่พอเห็นว่ากำลังยืนลูบมันอยู่ในมือ ก็เลยบอกว่า ให้พานกไปอาบน้ำแล้วก็ทาแป้งด้วย จากนั้นค่อยปล่อยมันไป ก่อนปล่อยก็อย่าลืมอธิษฐานด้วยหล่ะ

หลังจากที่อดกินผัดเผ็ดนกเขา เอ๊ยยยยยย หลังจากที่ฟังพ่อพูดก็เลยพามันไปทาแ้ป้ง ยังไม่กล้าอาบน้ำให้มัน กลัวมันจะเย็น ก็เลยพาไปทาแป้งเด็กแคร์ขวดสีชมพู มันก็ทำตากระพริบๆ ไม่รู้เจ็บหรือว่ารู้สึกดี

พอทาให้มันเสร็จก็จะพามันไปปล่อย ไปตรงที่ต้นไม้ที่มีกิ่งไม้เล็กๆอยู่ให้สูงพอที่ไอมักกะไอโมมันปืนไม่ถึง

ลูบมันเบาๆให้มันรู้สึกผ่อนคลาย แล้วก็ แอบพูดคำอธิษฐานนิดหน่อย..^^(พูดในใจซะเยอะ ไม่รู้นกจะได้ยินเปล่าT_T) พอจะปล่อยมันไป มันก็ไม่ยอมไปยืนเกาะมือนิ่งๆ (มันเอาขาเกี่ยวนิ้วไว้ เหมือนนิ้วเราเป็นกิ่งไม้) อยู่ประมาณ 5 นาที

ก็เลยตะโกนเรียกพ่อว่า” นกมันไม่ยอมไปอ่ะ ” พอพ่อเดินมาเท่านั้นแหละ นกมันกระพรือปีกหนี(ด้วยความเร็วสูง)ไปเลย(สงสัยตกใจกลัวหน้าโหดๆ )

ฮือออออออ T_T เ้จ้านกน้อย ข้าคิดถึงเอ็งนะ ฮืออออออออ ออกแนวขวัญเรียมเลย …

แอบเก็บขนเจ้านกตัวนั้นมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย ไม่ได้ไปดึงมานะ อย่าเข้าใจผิดT_T กะจะเก็บไ้้้ว้เป็นเหมือนขนนกนำโชคอะไรทำนองนี้ อิอิ

รู้สึกแปลกๆดีเหมือนกัน เหอๆ… แปลกที่ว่ามันตกลงมาได้ไงเนี่ย แล้วทำไมต้องตกลงมาตรงหน้าด้วย แถมยังไม่มีรอยโดนทำร้ายอีก หรือโดนแต่เราไม่รู้น้า…

ช่วงนี้ก็ใกล้สิ้นเดือนด้วยดิ…จะซื้อเลขอะไรดีน้า…

หรือว่าดูที่เลขที่จาน ubc ดีหล่ะ ….

ช่างเหอะ…แต่ที่แปลกก็คือ วันนี้กลับรู้สึกดีัจัง…^^